บทความ

แนะนำโรงเรียนเตรียมทหาร


แนะนำโรงเรียนเตรียมทหาร


               โรงเรียนเตรียมทหารเป็นสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศกองบัญชาการกองทัพไทย และเป็นสถาบันการศึกษาแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เป็นศูนย์รวมเบื้องต้นสำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้ที่ศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร เรียกว่า นักเรียนเตรียมทหาร (นตท.)
               การรับสมัครบุคคลพลเรือนเข้า เป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้น โรงเรียนเตรียมทหารมิได้เป็นผู้ดำเนินการสอบคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารด้วย ตนเอง หากแต่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะเป็นผู้ดำเนินการสอบคัดเลือก โดยในแต่ละปีจะมีการกำหนดจำนวนรับนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นแต่ละเหล่าทัพจะส่งผู้ผ่านการสอบคัดเลือกมาเรียนรวมกันที่โรงเรียน เตรียมทหาร เป็นเวลา 3 ปี
               ภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว นักเรียนเตรียมทหารเหล่านี้จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเหล่าทัพ ตามที่นักเรียนได้สมัครและผ่านการสอบคัดเลือก เมื่อสำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนเหล่าทัพ หรือโรงเรียนนายร้อยตำรวจแล้ว นักเรียนนายร้อยเหล่านี้ จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหาร และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พร้อมทั้งเข้ารับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และทำงานรับใช้ประเทศชาติด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจ

ทำไมถึงต้องเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ? 

ข้อดีของการเข้าศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

1. การเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร นักเรียนจะผ่านการสอบคัดเลือกเพียงครั้งเดียว แล้วจะได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเลย โดยมิต้องสอบคัดเลือกอีก และได้รับเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงในขณะศึกษาด้วย

2. เมื่อจบจากโรงเรียนเตรียมทหารจะได้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่เสียค่าใช้ จ่ายน้อยมาก ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน อีกทั้งมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงให้ในระหว่างที่ศึกษาอยู่

3. โรงเรียนของเหล่าทัพ มีทุนการศึกษาระยะยาวในต่างประเทศให้แก่นักเรียน ที่เรียนดีในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ทุกเหล่า

4. เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนของเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จะได้รับพระราชทานยศร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี และร้อยตำรวจตรี ได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรตามสาขาวิชาและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทันทีโดยมิต้องหางานทำอีก

5. จะได้รับราชการในอาชีพที่มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับ สมศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายชาวไทย


ประวัติความเป็นมาโดยย่อของโรงเรียนเตรียมทหาร

               โรงเรียนเตรียมทหาร เป็นสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด และเป็นสถาบันเดียวในประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์รวมเบื้องต้นของผู้ที่จะเข้า ศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
               กระทรวงกลาโหม ได้ตั้งโรงเรียนเตรียมทหารขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ด้วยการรวมโรงเรียนเตรียมนายร้อย โรงเรียนเตรียมนายเรือ และโรงเรียนเตรียมนายเรืออากาศ เข้าด้วยกันโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นายทหาร นายตำรวจ ได้มีโอกาสรับการศึกษาอบรมและการฝึกในเบื้องต้นร่วมกันเพื่อให้มีความรู้จัก คุ้นเคย สามัคคีกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความคิดจิตใจร่วมกันแต่เยาว์วัย ซึ่งจะผลให้แต่ละเหล่าทัพ และกรมตำรวจ สามารถประสานงานกันได้ด้วยดี และปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
               ในระยะแรกที่กำลังรอการก่อสร้าง โรงเรียนเตรียมทหารได้อาศัยอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราวและได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่ตั้งถนนพระราม ๔ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ และเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้ย้ายเข้าที่ตั้งปัจจุบัน ณ ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

ภารกิจของโรงเรียนเตรียมทหาร

               โรงเรียนเตรียมทหาร มีภารกิจในการปกครองบังคับบัญชาและให้การศึกษา อบรม ในด้านพุทธศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา กับวิชาทหาร ตำรวจ แก่นักเรียนเตรียมทหารเพื่อให้นักเรียนเตรียมทหารมีความรู้ ความสามารถ และทัศนคติพื้นฐาน เหมาะสมที่จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

จุดมุ่งหมายของโรงเรียนเตรียมทหาร

1. เพื่อพัฒนาสติปัญญา ความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการ ให้เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วไปได้

2. เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัย ความมีคุณธรรม โดยเน้นความสามัคคี ความกล้าทางจริยธรรม ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เสื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต รู้จักเสียสละ เคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น รู้จักสิทธิหน้าที่ของตนเอง อดทน อดกลั้น และอดออม สนใจใฝ่หาความรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

3. เพื่อพัฒนาให้มีทักษะในวิธีการหาความรู้ คิดเป็น ทำเป็น รู้จักแก่ปัญหา ส่งเสริมให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถทำงานเป็นหมู่คณะร่วมกับผู้อื่นได้มีบุคลิกภาพ สมรรถภาพทางร่างกายและลักษณะผู้นำเหมาะสมกับการเป็นนายทหารสัญญาบัตร และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร

หลักสูตรของโรงเรียนเตรียมทหาร

1. เป็นหลักสูตรที่จัดให้นักเรียนเตรียมทหาร ศึกษาต่อเนื่องจากหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นของกระทรวงศึกษาธิการโดยศึกษาต่ออีก 3 ชั้นปี

2. เป็นหลักสูตรแนวเดียวกันกับหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเน้นกลุ่มวิชาซึ่งจะเป็นพื้นฐานความรู้ในการศึกษาต่อ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วไปได้

3. เป็นหลักสูตรที่มุ่งส่งเสริมสมรรถภาพและลักษณะผู้นำทาง ทหาร ตำรวจ เน้นการผสมผสานระหว่างความรู้กับการปฏิบัติให้เหมาะสมกับภารกิจหน้าที่สอด คล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคมและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

4. เป็นหลักสูตรที่มุ่งปลูกฝังคุณธรรม ความสามัคคี และความกล้าทางจริยธรรม โดยเน้นการประพฤติปฏิบัติเป็นสำคัญ

บริการที่จัดให้นักเรียนเตรียมทหาร

               โรงเรียนเตรียมทหาร มีอาคารนอน สามารถรับนักเรียนเข้าพักประจำในโรงเรียนได้ทั้งหมด ปัจจุบันได้กำหนดให้นักเรียนทั้ง 3 ชั้นปี พักประจำ นักเรียนจะได้รับเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือน พร้อมทั้งได้รับแจกตำราเรียน นอกจากนี้โรงเรียนเตรียมทหาร ยังมีกองพยาบาล พร้อมด้วยแพทย์และพยาบาลไว้ให้การดูแลรักษาพยาบาลแก่นักเรียนเตรียมทหารใน ยามเจ็บป่วย

นักเรียนเตรียมทหารที่จะได้รับการเลื่อนชั้นการศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติ  ดังนี้

1. สอบผ่านทุกรายวิชาที่กำหนดให้เรียนตามแผนการเรียนในชั้นนั้น ๆ

2. มีคะแนนความประพฤติไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนความประพฤติ ประจำปีการศึกษานั้นๆ

3. ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแต่ละภาคเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลา ทั้งหมดที่จัดกิจกรรม

เกณฑ์การจบหลักสูตร

1. เรียนครบตามแผนการเรียนที่กำหนดไว้

2. มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแต่ละภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดที่จัดกิจกรรม

 

การอนุมัติการจบหลักสูตรและการมอบประกาศนียบัตรของโรงเรียนเตรียมทหาร

นักเรียนเตรียมทหารที่จะได้รับการพิจารณาอนุมัติให้จบหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารได้ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. ต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 2 กลุ่ม ครบตามโครงสร้างที่หลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารกำหนด ได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา และได้รับการตัดสินผลการเรียนให้ผ่านทุกรายวิชาพื้นฐานในทุกกลุ่มสาระการ เรียนรู้และต้องได้จำนวนตามที่กำหนดในแผนการเรียนของโรงเรียนเตรียมทหาร

2. ต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนครบตามที่หลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารกำหนด และได้รับการตัดสินให้ผ่านทุกกิจกรรมในทุกชั้นปี

3. ต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

4. ต้องผ่านการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ และได้รับการตัดสินให้ผ่าน

การเรียนซ้ำชั้น

นักเรียนเตรียมทหารต้องเรียนซ้ำชั้นในกรณี ดังต่อไปนี้

1. นตท. ชั้นปีที่ 1 ต้องเรียนซ้ำชั้น ในกรณีมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดปีการศึกษา ต่ำกว่า 1.5 หรือมีคะแนนความประพฤติต่ำกว่า ร้อยละ 60 ของคะแนนความประพฤติประจำปีการศึกษา หรือได้ผลการเรียน "R"

2. นตท. ชั้นปีที่ 2 ต้องเรียนซ้ำชั้น ในกรณีมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดปีการศึกษา ต่ำกว่า 1.75 หรือมีคะแนนความประพฤติต่ำกว่า ร้อยละ 60 ของคะแนนความประพฤติประจำปีการศึกษา หรือได้ผลการเรียน "R"

3. นตท. ชั้นปีที่ 3 ต้องเรียนซ้ำชั้น ในกรณีมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดปีการศึกษา ต่ำกว่า 2.0 โดยไม่จบหลักสูตร และไม่ได้รับประกาศนียบัตรในปีการศึกษานั้น หรือได้ผลการเรียน "R"

4. นตท. จะเรียนซ้ำชั้นได้ในชั้นปีใดชั้นปีหนึ่งเพียงชั้นปีเดียวเท่านั้น และระยะเวลาศึกษาตลอดหลักสูตรรวมแล้วไม่เกิน 4 ปีการศึกษา

การศึกษาต่อโรงเรียนเหล่าทัพและโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

นักเรียนเตรียมทหารที่ศึกษาจบหลักสูตรและได้เลื่อนขึ้นไปศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ   นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.00 และมีคะแนนความประพฤติไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนความประพฤติประจำปีการศึกษานั้น   นักเรียนเตรียมทหารที่ศึกษาจบหลักสูตร   กองบัญชาการกองทัพไทยมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้นั้น  ผู้ได้รับประกาศนียบัตรย่อมมีวิทยฐานะมีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ

การถอนทะเบียนจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

นักเรียนเตรียมทหารจะถูกถอนทะเบียนจากความเป็นนักเรียน ในกรณีต่อไปนี้

1. ลาออก

2. ถึงแก่กรรม

3. ป่วยหรือพิการ ซึ่งแพทย์ทหารไม่น้อยกว่า 3 นาย โดยมีแพทย์ของ กองพยาบาล โรงเรียนเตรียมทหาร 1 นาย และแพทย์เฉพาะทาง 2 นาย ได้ตรวจและลงความเห็นว่าเป็นโรคที่ไม่สามารถศึกษาต่อไปได้ หรือมีความพิการที่ขัดต่อการรับราชการทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

4. ถูกตัดคะแนนความประพฤติเกิน 120 คะแนน ในปีการศึกษานั้น

5. ถูกตัดคะแนนความประพฤติเกิน 80 คะแนน และสอบไม่ผ่านเกณฑ์ในรายวิชาหนึ่งวิชาใด หรือมีคะแนนเฉลี่ยสะสมในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 2.00

6. เสพหรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติด หรือเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

7. มีความสัมพันธ์ทางเพศจนเสียหาย หรือประพฤติติดต่อได้เสียกับหญิงจนถึงขั้นที่ถือได้ว่าเป็นภรรยา

8. กระทำความผิดเกี่ยวกับการประสงค์ต่อทรัพย์

9. เกียจคร้านต่อการศึกษา ซึ่งผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร เห็นว่าไม่สมควรให้ศึกษาต่อไป

10. ประพฤติเสื่อมเสียแก่ตนเอง และหรือทางราชการอย่างร้ายแรง ซึ่งผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหารพิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากความเป็นนัก เรียนเตรียมทหาร

11. ผู้ปกครองหรือผู้รับรองถึงแก่กรรมหรือถอนสัญญา และไม่สามารถหาผู้ปกครอง หรือผู้รับรองรายใหม่แล้วแต่กรณีมาทำสัญญาได้ภายใน 60 วัน

12. ปรากฏว่าข้อความส่วนใดส่วนหนึ่งของใบสมัคร หรือเอกสารประกอบการทำสัญญามอบตัวของนักเรียนเป็นเท็จ หรือไม่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร

13. ทุจริตในการสอบและสอบไม่ผ่านเกณฑ์ในรายวิชาหนึ่งวิชาใด หรือมีคะแนนเฉลี่ยสะสมในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 2.00

14. เรียนซ้ำชั้นมาแล้วหนึ่งปี แต่ผลการเรียนยังไม่อยู่ในเกณฑ์ได้เลื่อนชั้น

15. เรียนซ้ำชั้นเกิน 1 ครั้ง ในระหว่างเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

ในกรณีที่ผู้พ้นสภาพความเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วแต่ระยะเวลาที่ถือว่าอยู่ในกองประจำการยังไม่ครบกำหนด ให้โรงเรียนเตรียมทหารส่งตัวผู้นั้นไปรับราชการในกรมกองทหาร จนกว่าจะครบกำหนดตามกฎหมาย

 

ค่าชดใช้เงินให้แก่ทางราชการ

1. พ้นจากฐานะนักเรียนเตรียมทหาร ในระหว่างเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 70,000 บาท

2. นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 เรียนซ้ำชั้นมาแล้ว 1 ปี แต่คุณสมบัติยังไม่อยู่ในเกณฑ์ได้เลื่อนขึ้นไปศึกษาในชั้นปีที่ 2 ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 70,000 บาท

3. พ้นจากฐานะนักเรียนเตรียมทหาร ในระหว่างเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 2 ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 80,000 บาท

4. นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 2 เรียนซ้ำชั้นมาแล้ว 1 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของโรงเรียนเตรียมทหาร แต่คุณสมบัติยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขึ้นไปศึกษาต่อในโรงเรียนทหาร หรือโรงเรียนตำรวจ แล้วแต่กรณี ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 80,000 บาท

5. พ้นจากฐานะนักเรียนเตรียมทหาร ในระหว่างเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 3 ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 90,000 บาท

6. นัก เรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 3 เรียนซ้ำชั้นมาแล้ว 1 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของโรงเรียนเตรียมทหาร แต่คุณสมบัติยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขึ้นไปศึกษาต่อในโรงเรียนทหาร หรือโรงเรียนตำรวจ แล้วแต่กรณี ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 90,000 บาท

7. เมื่อ สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว ไม่เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนทหาร หรือโรงเรียนตำรวจแล้วแต่กรณี ต้องชดใช้เงินค่าปรับ จำนวน 100,000 บาท